“วงการประกวดปลาคาร์ฟประเทศไทย: การเปลี่ยนแปลงหลังโควิดและความหวังใหม่ในปี 2568”

โดย KOI-MAG: 

ย้อนมองสถานการณ์งานประกวดปลาคาร์ฟไทยในปี 2567

ปี 2567 ที่ผ่านมา วงการปลาคาร์ฟในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง หลังจากผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้เลี้ยงปลาคาร์ฟอย่างชัดเจน ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นคือจำนวนงานประกวดที่ลดลงและการเข้าร่วมของผู้เลี้ยงที่น้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปี 2019 ซึ่งมีการจัดประกวดแทบทุกเดือน

ในปี 2567 งานประกวดปลาคาร์ฟถูกจัดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง โดยมีตัวอย่างที่สำคัญ เช่น

1. The 6th TNPA All Thailand Young Koi Show (ATYKS2024)

จัดวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2567 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

2. 10th TKKG Chiangmai Young Koi Show 2024

วันที่ 15-17 มีนาคม 2567 ณ เซ็นทรัล แอร์พอร์ต เชียงใหม่

3. Bang Sean Koi Show 2024

วันที่ 4-5 พฤษภาคม 2567 ณ เซ็นทรัล ศรีราชา ชลบุรี

4. 3rd ZNA East Thailand Junior Koi Show 2024

วันที่ 25 พฤษภาคม 2567 ณ มหาวิทยาลัยสุวรรณภูมิ เขตใต้ นนทบุรี

5. TNPA ATKS 2024

วันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ณ MCC Hall เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

แม้จะมีการจัดงานอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้ส่งปลาประกวดกลับลดลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงปลาคาร์ฟมือสมัครเล่น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นกำลังสำคัญของงานประกวด

เหตุผลที่ผู้ส่งปลาประกวดลดลง

1. เศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น:

การเลี้ยงปลาคาร์ฟและการเตรียมปลาสำหรับการประกวดมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ค่าอาหาร อุปกรณ์บ่อปลา ค่าขนส่งปลา รวมถึงค่าลงทะเบียน

2. ค่าสมัครประกวดและค่าบ่อที่สูง:

งานประกวดปลาคาร์ฟในปัจจุบันบางงานมีค่าสมัครและค่าบ่อสำหรับการประกวดที่สูงกว่าระดับรายได้ของผู้เลี้ยงหลายคนในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ผู้เลี้ยงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเข้าร่วม

3. เปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยง:

ผู้เลี้ยงบางกลุ่มเน้นเลี้ยงปลาคาร์ฟเพื่อความสวยงามในบ้านมากกว่าการเข้าร่วมงานประกวด

4. ขาดการสนับสนุนในวงกว้าง:

การขาดความร่วมมือระหว่างสมาคมและฟาร์มปลาคาร์ฟในการจัดกิจกรรมหรือให้การสนับสนุนด้านการเงิน ทำให้ผู้เลี้ยงหลายคนไม่สามารถเข้าร่วมได้

5. การแข่งขันจากต่างประเทศ:

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ประเทศเหล่านี้มีการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากสมาคม ฟาร์ม และภาครัฐ

การสร้างความเชื่อมั่นในงานประกวด: โปร่งใสและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานประกวดปลาคาร์ฟในประเทศไทยยังคงความน่าสนใจคือ ความโปร่งใสและความเป็นกลางของกรรมการผู้ตัดสิน ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรฐานการตัดสินที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

1. เชิญกรรมการผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ:

ในหลายงานประกวดของไทย ได้เชิญกรรมการจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นทั้งผู้นำในอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญด้านปลาคาร์ฟ รวมถึงกรรมการจากสมาคมระดับนานาชาติ เช่น ZNA (Zen Nippon Airinkai) ที่มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ

2. กรรมการ:

การตัดสินในงานประกวดเน้นความโปร่งใส โดยอิงตามมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งในด้านลักษณะ สีสัน และสุขภาพของปลา ทำให้ผู้ส่งปลามั่นใจได้ว่าการแข่งขันมีความยุติธรรม

3. การเปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงทุกระดับ:

งานประกวดในประเทศไทยมีหมวดหมู่หลากหลาย ตั้งแต่ปลาขนาดเล็ก ไปจนถึงปลาประกวดระดับใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงทุกระดับสามารถเข้าร่วมได้

4. การสื่อสารที่ชัดเจน:

งานประกวดส่วนใหญ่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกณฑ์การตัดสินและวิธีเตรียมปลาอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เลี้ยงเข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม

บทเรียนจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย

• มาเลเซีย:

ฟาร์มปลาคาร์ฟในมาเลเซียมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานประกวด โดยมอบทั้งรางวัล เช่น อาหารปลาคาร์ฟคุณภาพสูง อุปกรณ์บ่อ และของที่ระลึก รวมถึงการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้เลี้ยงมีแรงจูงใจในการเข้าร่วม

• อินโดนีเซีย:

งานประกวดปลาคาร์ฟในอินโดนีเซียได้รับการสนับสนุนจากฟาร์มและหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะในด้านของรางวัล ซึ่งมักประกอบด้วยถ้วยรางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ อุปกรณ์การเลี้ยงปลาคาร์ฟ อาหารปลาคาร์ฟคุณภาพสูง ทำให้การประกวดได้รับความนิยมในวงกว้าง

แนวทางฟื้นฟูวงการปลาคาร์ฟไทยในปี 2568

เพื่อยกระดับและฟื้นฟูความคึกคักของวงการปลาคาร์ฟในประเทศไทย การปรับตัวและสร้างความร่วมมือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยมีแนวทางดังนี้:

1. สร้างพันธมิตรระหว่างสมาคมและฟาร์ม:

จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือระหว่างสมาคม ฟาร์มปลาคาร์ฟ และผู้จัดงาน เพื่อลดค่าใช้จ่าย เช่น การจัดหาสปอนเซอร์หรือการรวมทรัพยากร เพื่อช่วยสนับสนุนรางวัล เช่น อุปกรณ์บ่อปลาหรืออาหารปลาคุณภาพ

2. เพิ่มการจัดงานในระดับท้องถิ่น:

จัดประกวดขนาดเล็กในภูมิภาคเพื่อให้ผู้เลี้ยงในพื้นที่สามารถเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น พร้อมกับจัดเวิร์กช็อปให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงและเตรียมปลาประกวด

3. ใช้สื่อออนไลน์สร้างกระแส:

สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เช่น วิดีโอแนะนำปลาประกวด หรือเบื้องหลังการจัดงาน เพื่อเพิ่มการรับรู้และกระตุ้นความสนใจ

4. ลดต้นทุนการเข้าร่วม:

เสนอโปรโมชั่นสำหรับผู้ส่งปลาประกวด เช่น ลดค่าลงทะเบียน หรือมอบสิทธิพิเศษให้ผู้เลี้ยงหน้าใหม่

5. ส่งเสริมการเลี้ยงเพื่อการประกวด:

จัดอบรมให้ผู้เลี้ยงเข้าใจถึงมาตรฐานปลาประกวด และสนับสนุนการพัฒนาสายพันธุ์ปลาคาร์ฟในประเทศ

บทสรุป: ความหวังใหม่ในปี 2568

แม้ปี 2567 จะเป็นปีที่วงการปลาคาร์ฟไทยเผชิญความท้าทาย แต่ด้วยการปรับตัวและการร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เราสามารถฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของงานประกวดปลาคาร์ฟในประเทศไทยให้กลับมาเป็นที่สนใจได้อีกครั้ง

KOI-MAG ขอเป็นกำลังใจและพร้อมสนับสนุนวงการปลาคาร์ฟไทย ด้วยข้อมูลเชิงลึกและแรงบันดาลใจ เพื่อให้ปลาคาร์ฟกลายเป็นตัวแทนของความงดงามและความสำเร็จของวงการปลาคาร์ฟในประเทศไทยต่อไป!

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑